‘AIS NEXT G x CHANNEL 3 NEXT GEN’ เปิดตัวศิลปินใหม่ วง ‘THE FINS’ สังกัดค่าย ‘Chandelier Music’

‘AIS NEXT G x CHANNEL 3 NEXT GEN’ เปิดตัวศิลปินใหม่ 

วง ‘THE FINS’ สังกัดค่าย ‘Chandelier Music’

‘THE FINS’ ศิลปินกลุ่มวงแรกภายใต้สังกัด ‘Chandelier Music’ ของพี่หนึ่ง-ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ ประกอบด้วย 4 หนุ่มหล่อ (มาก) ที่มีหัวใจรักในเสียงดนตรี ไอซ์-ภานุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ อายุ 22 ปี ตำแหน่ง มือเบส, นินิว-ศุภฤกษ์ บุณยานันต์ อายุ 19 ปี ตำแหน่ง กีต้าร์ไฟฟ้า, สมิธ-ภาสวิชญ์ บูรณนัติ อายุ 19 ปี ตำแหน่ง ร้องนำและคีย์บอร์ด, แฟรงค์กี้-วีรภัฎ อ่อนสะอาด อายุ 19 ปี มือกีต้าร์คอร์ด วันนี้ KAZZ ขอจับเข่ามานั่งพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับผลงานซิ้งเกิ้ลแรก ‘แหม’ รวมถึงที่มาที่ไปของวงว่ามารวมตัวกันได้ยังไง…

สมิธ : “พวกเราเริ่มมาจาก Academy ครับ เราอยู่ค่ายเพลงที่มีการฝึกทั้งการเต้น การร้อง และแอ๊คติ้ง ฝึกทักษาความสามารถหลายอย่างเลยครับ แล้วเราก็ชอบดนตรีเหมือนๆ กัน เริ่มการจากที่เราเล่นดนตรีกันเล่นๆ”

ไอซ์ : “เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้วครับที่เราเป็นเด็กเทรนนี่กันมาก่อน พวกเราอยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง แต่พี่ปิ๊ก (ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์) ก็ให้เราไปฝึกทุกอย่าง เป็นเด็กเทรนนี่ที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ทั้งเรียนแอคติ้ง การถ่ายแบบ เดินแบบ รวมถึงเรียนเกี่ยวกับมารยาทด้วย เรียนครบเลยครับ”

สมิธ : “แล้วมีไหมครับตอนนี้…มารยาท”

ไอซ์-ภานุวัฒน์

ไอซ์ : “ไม่มีครับ (หัวเราะ) คือจริงๆ แล้วก็เริ่มจากจุดที่เราตั้งวงล้อมวงกันเล่นดนตรีกันเล่นๆ แล้วทางผู้ใหญ่เขาก็เห็นว่าพวกเรามีความสามารถ เขาก็เลยดึงพวกเรามาตั้งวง”

นินิว : “ในตอนนั้นเป็นอารมณ์เหมือนทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์ครับ พอมาเจอกันมันก็จะได้ความคิดที่แปลกใหม่ เจอแนวทางเพลง เจอแนวทางทัศนคติใหม่ๆ หรือว่าเจอแอคติ้งที่มันแปลกออกไป ตอนนั้นด้วยความที่เราเป็นเด็กพอได้โอกาสก็อยากที่จะได้ลองทำอะไรที่มันแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้น หรือการแสดงที่พวกผมไม่เคยได้มีประสบการณ์มาก่อน ก็อยากทำเพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถ แต่พอได้มาลองเล่นดนตรีด้วยกัน เราก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราน่าจะไปด้วยกันได้”

วิธีจูนปรับคลื่นเข้าหากันในการทำงานเพลง

แฟรงค์กี้ : “อย่างผมเวลาเล่นกีต้าร์ก็จะเล่นกับนินิว จะบอกนิวว่า “เฮ้ย เราชอบเพลงนี้” แล้วนิวก็ค่อนข้างที่จะมีพรสวรรค์ด้านนี้ กับสมิธด้วยเหมือนกันเขาก็มีพื้นฐานทางด้านดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เหมือนผมเป็นน้องคนเล็กมาคอยขอคำปรึกษาเขาก็เลยเห็นสิ่งที่ผมชอบตรงนี้ แล้วเห็นพี่ไอซ์ชอบแนวร็อคก็เลยมีการดึงแนวเพลงที่แต่ละคนชอบมารวมๆ กัน ทำเป็นเพลงซิงเกิ้ลแรกออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันครับ”

ที่มาของชื่อวง ‘THE FINS’

นินิว : “เป็นชื่อย่อของแต่ละคนเลยครับ FINS”

ไอซ์ : “ตอนแรกก็คือชื่อวงอยู่นานเลยครับ จะใช้ชื่อว่าอะไรดี พอตั้งไปตั้งมาก็กลายเป็นชื่อแปลกไปหมดเลย

พอเอาชื่อของแต่ละคนมาเรียงกันก็กลายเป็นที่มาของคำว่า ‘FINS’ ”

นินิว : ” นิยามของคำว่า ‘FINS’ ก็เหมือนคีบของปลาฉลามครับ ที่เวลามันว่ายอยู่ในทะเลเราจะเห็นแค่คีบของมัน”

ไอซ์ : “มันเหมือนพร้อมที่จะพุ่งชนไปข้างหน้าได้ตลอดเวลา”

พูดถึงซิงเกิ้ลแรกเพลง ‘แหม’

นินิว : “เนื้อเพลงจะพูดถึงทุกคนที่คอยให้กำลังใจอยู่รอบข้างในสิ่งที่เราเจอมา เดี๋ยวเวลาก็ช่วยให้เราลืมได้ เดี๋ยวก็ลืมได้เอง แต่ว่าของแบบนี้ใครก็พูดได้…แหม ถ้าไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้อะไรแบบนี้ครับ”

นินิว-ศุภฤกษ์

การมีส่วนร่วมในการทำงานเพลง

ไอซ์ : “ก็จะมีน้องนินิวครับ ที่แต่งท่อนแร๊ปเข้าไปในเพลง ส่วนพวกเราก็ออกไอเดียคิดทำนองของเพลงบ้างครับ”

โมเม้นต์สนุกๆ ที่มีร่วมกัน

ไอซ์ : “เมื่อประมาณสองปีที่แล้วครับ เป็นที่งานโชว์ที่เราต้องเล่นให้ผู้ใหญ่จากเอเจนซี่อื่นๆ มาดูเต็มเลย เราก็เตรียมเพลงเล่น ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่เมื่อหันไปทางแฟรงกี้ครับ แฟรงค์กี้นั่งเล่นเกม” (ทุกคนหัวเราะ)

แฟรงค์กี้ : “ช่วงนั้นมันเป็นด่านอะไรสักอย่างที่ต้องตีให้ผ่านภายในเวลาที่จำกัดไว้ครับเพื่อเอาของครับ”

ไอซ์ : “พวกเราก็เล่นไปไม่ได้เอะใจนะ แต่พอหันไป เอ…แฟรงค์กี้ก้มหน้าก้มตาทำอะไรอยู่นะ” (หัวเราะ)

แฟรงค์กี้ : “แต่งานนั้นไม่ได้ซีเรียสอะไรครับ เป็นโชว์สนุกๆ ที่เล่นให้ผู้ใหญ่ฟังตอนกินข้าวครับ”

สมิธ : แต่ที่ผมรู้สึกว่าพีคสุดตั้งแต่ทำโชว์มา คือเมื่อประมาณสองปีที่แล้วผมไปโชว์ที่ Chandelier Music ไปส่งงานของพี่หนึ่ง แล้วก็มีระดับผู้ใหญ่หลายท่านเลยคนดู เราก็โชว์ไปประมาณสิบกว่าเพลงครับวันนั้น แต่ผู้ใหญ่ไม่มองโชว์เลยครับเล่นแต่โทรศัพท์ พอเล่นเสร็จก็บอก “อ้าวเสร็จแล้วเหรอ” (ทุกคนหัวเราะ) แล้วก็โดนคอมเม้นต์เพียบเลยฮะ”

ไอซ์ : “พวกเรากังวลกันมากเลยครับ กลัวเล่นไม่ได้ ร้องไม่ได้ รู้สึกกดดันเลยก้มหน้าก้มตาเล่นอย่างเดียวเลยครับตอนนั้น”

นินิว : “ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างที่จะไม่ดีครับ พวกเราก็รู้สึกเฟลกันด้วย ทำได้ไม่ค่อยดี ซ้อมไม่พอครับ แต่ว่ามันจะมีอีกโชว์หนึ่งที่กัมพูชาที่เขาจ้างเราไป ตอนขึ้นโชว์เราก็พยายามสื่อสารออกมาเป็นภาษาอังกฤษ สุดท้ายผู้ชมแฮปปี้ทุกคนร่วมร้องเพลงไปกับเรา เราเห็นแล้วก็มีความสุข เหมือนเราทำให้เขายิ้มได้ แค่นี้มันก็โอเคแล้วครับ”

สมิธ-ภาสวิชญ์

สมิธ : “เหมือนคลายกังวลกับที่พวกเราโดนคอมเม้นต์จากผู้ใหญ่มาก่อนหน้านี้

ไอซ์ : ตอนที่ไปอยู่ที่กัมพูชา ก่อนขึ้นโชว์พวกเราก็เครียดเหมือนกัน เพราะว่ากดดันมาจากตรงนั้นอยู่แล้วแต่พอผู้ใหญ่บอกว่า “วันนี้เรามีค่าขนมให้นะ” โอ้โห้! คืออยู่ดีๆ เสียงก็ดีขึ้นมาทันทีเลย (ทุกคนหัวเราะ)

ฟีคแบคจากแฟนๆ หลังจากปล่อยทีเซอร์เพลง “แหม”

นินิว : “มีแต่คนอยากฟังครับ”

สมิธ : “เพราะทุกคนก็รู้จักพวกเรามาได้สักพักหนึ่งแล้ว เขาก็เห็นเราเหมือนลูก เหมือนลูกจะได้เปิดตัวแล้ว”

ไอซ์ : “เขาติดตามเรามาตั้งแต่เราเป็นเทรนนี่ จริงๆ แล้วเราก็ได้อิทธิพลมาจากแฟนคลับพี่เจมส์ จิรายุ เพราะว่าเราอยู่กับเราอยู่บริษัทเดียวกัน ก็จะได้กลุ่มแม่ๆ แฟนคลับที่คอยให้กำลังใจ”

ในตอนนี้กระแสเพลงและศิลปินเกาหลีเข้ามามีอิทธิพลกับวงการเพลงไทยมากรู้สึกอย่างไร

แฟรงค์กี้ : “ผมคิดว่าดีนะครับ มันเหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราด้วย เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ อย่างเวลาที่เราจะแต่งเพลงหรือทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับดนตรี มันก็ทำให้เรามีแรงบันดาลใจมากขึ้น เฮ้ย…แนวนี้ก็ดีนะเราไม่เคยฟังอะไรแบบนี้เลย”

นินิว : “เอาจริงๆ ผมก็ชอบสไตล์ของพวกเขาด้วยครับ เวลามีแฟนคลับมาถ่ายรูปคู่กับป้ายบิลบอร์ดใหญ่ๆ ที่อวยพรวันเกิดให้ศิลปินเกาหลี ผมแอบมีนึกในใจรอพวกเขาไปก่อนผมก็อยากถ่ายรูปคู่กับป้ายด้วย ผมรู้สึกว่าพวกเขาเท่ดี”

แฟรงค์กี้ : “เห็นแฟนคลับชอบมาถ่ายรูปคู่กับป้ายบิลบอร์ดของศิลปินเกาหลีกันเยอะ ผมเห็นแล้วผมก็อยากถ่ายด้วย แต่คนเยอะอ่ะอาย”

ไอซ์ : “เวลาที่ศิลปินเกาหลีมาแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเรา พวกเราไปดูกันแทบทุกครั้งเลยครับ ที่ชอบที่สุดก็จะเป็นวง ‘BTS’ ครับ แล้วก็ชอบวง ‘GOT7’ กับ ‘CNBLUE’ ด้วยครับ”

เป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้

สมิธ : “เป้าหมายของผมคืออยากเป็นนักร้องครับ อยากมีเพลงที่ทำให้ทุกคนในประเทศไทยสามารถร้องเพลงของผมได้ แล้วก็มีคอนเสิร์ตที่ผมได้แสดงให้กับแฟนคลับทุกคนได้ชมกันครับ”

ไอซ์ : “อยากโตไปด้วยกันกับวง ‘THE FINS’ ครับ ไม่ว่าเราจะมีหน้าที่ที่ต้องแยกทางกันแล้ว บางคนอาจจะไปเล่นละครมีหน้าที่ที่ต่างกัน แต่พอมาอยู่รวมกันวันหนึ่งในวันที่เราโตขึ้นหรือว่าจะแก่ขึ้น เราก็กลับมาเล่นดนตรีด้วยกันได้”

นินิว : “อยากทำเพลงในรูปแบบการเป็นตัวแทนของคนที่ไม่มีพรสวรรค์ครับ คือใช้ความพยายามในการแต่งเพลง เราไม่ใช่คนเก่งครับ แต่เราสื่อสารเพลงๆ หนึ่งให้คนฟังเข้าใจว่าเราคิดอะไรอยู่ เรากำลังจะสื่อสารอะไรให้คนฟัง”

แฟรงค์กี้ : “อยากจะแบ่งปันผลงานเพลงให้คนฟังได้เสพ ที่เขารู้สึกว่าเขาชอบเราจริงๆ อยากให้เขาคอมเม้นต์หรือมีฟีดแบคอะไรกลับมาที่ทำให้เรารู้ว่าเขาชอบเพลงของเราจริง”

พูดให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ที่อยากก้าวจะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง

สมิธ : “ผมก็ยังไม่สามารถพูดอะไรได้มากเพราะพวกเราก็ผ่านอะไรมาเยอะ และนี่คือจุดเริ่มต้นของพวกเรา อยากให้ทุกคนอย่าท้อแล้วก็ต่อสู้กับอุปสรรค คือให้มองเห็นอุปสรรค เห็นความทุกข์ทุกอย่างเป็นประสบการณ์และบทเรียนที่ดีเพื่อที่จะให้เราก้าวต่อไป เพราะว่ายิ่งเยอะประสบการณ์ก็จะยิ่งมองเห็นข้อผิดพลาดที่ทำให้เราเติบโตมากขึ้น”

ไอซ์ : “เพราะว่าข้อผิดพลาดมันเป็นประสบการณ์ที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ”

นินิว : “ผมคิดว่าอุปสรรคเป็นเหมือนครูที่ดีครับ เพราะถ้าไม่มีอุปสรรค ความสำเร็จจะไม่บังเกิด ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ”

แฟรงค์กี้ : “ถามว่ามันยากไหมมันก็ยากครับ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าความพยายามของเรามันมีมากแค่ไหน เพราะว่าการที่เราจะเข้ามาทำงานในวงการเพลงมันเป็นเรื่องที่ยาก มีอุปสรรคมากมายที่เราต้องเผชิญต้องเข้าไปสู้ตลอด ไม่อยากให้น้องๆ ท้อเพราะว่าดนตรีมันก็เป็นอะไรที่สนุกครับ ทุกคนที่เล่นก็มีดนตรีอยู่ในหัวใจ”

ฝากผลงานเพลง

แฟรงค์กี้ : “ขอฝากซิงเกิ้ลแรกเพลง “แหม” ของพวกเราวง ‘THE FINS’ ด้วยครับ อยากให้ทุกคนรับฟัง ติดตาม แล้วแชร์คอมเม้นต์ พวกเรารับฟังและตามอ่านทุกคอมเม้นต์ของทุกคนอยู่ครับ ขอบคุณมากครับ”

4 หนุ่ม ‘THE FINS’ ภายใต้การผลักดันของ ‘พี่ปิ๊ก-ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์’ นักปั้นมืองทองที่เคยปั้น ‘เจมส์ จิรายุ’ จนโด่งดังเป็นพลุแตกมาแล้ว และอยากจะปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง .ให้เป็นเด็กที่ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านการดนตรี การร้องเพลง การเต้นและแอคติ้ง รวมถึงมารยาทการวางตัว เรียกได้ว่าต้องมีความสามารถครบเครื่อง เหมือนอย่าง 4 หนุ่ม ‘THE FINS’ ในวันนี้ ใครที่อยากให้กำลังใจทั้ง 4 หนุ่มก็สามารถคลิกเข้าไปชม MV เพลง ‘แหม’ เต็มเพลงได้ที่ AIS PLAY ได้แล้ววันนี้

 

 

สั่งซื้อ Kazz Magazine เล่ม 145 ฉบับเดือน สิงหาคม

หรือดาวน์โหลด E-Book

 

Facebook Comments