Kazz Selected : “โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์” การเริ่มต้นใหม่ คือความหมายของ Chapter I

  • ‘พี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์’ (ขออนุญาตเรียกพี่โต๋ เพราะพี่โต๋แทนตัวว่าพี่อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่พบหน้า และเรียกคุณก็ดูห่างเหินเกินไป) เริ่มต้นเส้นทางสายนักดนตรีอาชีพตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งปีนี้พี่โต๋อายุ 34 ปี เรียกว่าดนตรีและพี่โต๋มีกันและกันมาค่อนชีวิตแล้วก็ว่าได้
  • Chapter I ของพี่โต๋ เป็นอัลบัมที่จะบอกว่าเกินความคาดหมายก็ไม่ผิดนัก พี่โต๋เปิดเผยว่าเกือบล้มไปหลายรอบ แต่กระนั้นก็เถอะ แม้จะมีวี่แววว่าจะไม่ได้เกิด แต่แชปเตอร์วันของพี่โต๋ก็เกิดจากความตั้งใจและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี 
  • หลังจากละครเวที ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’ ที่จบไปแล้วเมื่อปีก่อนๆ เราอาจจะมีโอกาสได้พบพี่โต๋ในบทบาทนักแสดงอีกครั้งก็เป็นได้ ซึ่งตรงส่วนนี้เราติ๊ต่างขึ้นมาเอง พี่โต๋ไม่ได้พูดแต่อย่างใด เอาเป็นว่า รอลุ้นๆ
  • อัลบัมใหม่ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ในชื่อ TOR+ Saksit CHAPTER I Live Showcase” ที่พี่โต๋ดูขัดเขินอย่างมากกับคำว่าโชว์เคสที่ทำให้เขาดูเหมือนอปปา อย่างไรก็ตาม มาพบกับ ‘โต๋อปปา’ ได้ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน บัตรราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาทเท่านั้น
  • เซอร์ไพรส์ที่อาจจะไม่เซอร์ไพรส์แล้วแต่เรายังอยากบอก ปีนี้ B5 จะกลับมา

 

 

Chapter I ของพี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ในวัย 34 ปี อัลบัมที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง

มันมีวันหนึ่ง พี่เคยคิดว่าพี่จะไม่ได้กลับมาทำตรงนี้แล้วนะ (ยิ้ม) Chapter I ในที่นี่คือการเริ่มต้นใหม่ คือการรีสตาร์ทครับ ซึ่งการรีสตาร์ทครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนให้กล้าก้าวออกมาจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง จำไว้ว่าถ้าเกิดคุณอยากได้อะไร ถ้าคุณดิ้นรนพอ มันจะมีทางไปของมัน มันไม่สายที่จะ Restart Again คุณพลาดไป คุณล้ม คุณท้อ แค่ลุกใหม่ก้าวใหม่ รีสตาร์ทตัวเองได้ตลอด และนั่นคือความหมายของ Chapter I

อย่างเพลงแรกในอัลบัมที่ปล่อยคือ “ฝากมากับดวงดาว” คนจะงงๆ หน่อย เพราะมันเป็นแนวใหม่ คนไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ฟังเพลงแบบนี้จาก ‘โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์’ เรามี “รักจริงจริง” ที่เป็นเพลงสนุกสนานบ้าง แนวขี้เล่นๆ หน่อย ไม่เขินเหมือนเมื่อก่อน มี “สักวันคงได้เจอ” ที่จริงๆ ไม่ได้เป็นเพลงรักนะ เป็นเพลงคนโสด คนเศร้า แต่มันพูดในมุมบวก ในมุมที่มีความหวัง แต่เพลงนี้ก็ยังมีเปียโน มีความเป็นเราอยู่ ขึ้นมาแล้วรู้เลยว่าเป็นเพลงโต๋ และก็มี “เวลาของเรา” ซึ่งเป็นเพลงสนุกสนาน มีเพลง “ปรากฏการณ์” ที่เป็นแนวหวาน โรแมนติกกันไปแต่ไม่มีเปียโนเลย พี่เล่นกีตาร์ และเพลงนี้พี่เล่นเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอเอง ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในความเป็น ‘โต๋ ศักดิ์สิทธิ์’ ที่ผ่านมา

แต่อยากจะบอกว่าทุกเพลงที่เราทำออกมาเราตั้งใจนะ ทุกเพลงมีฟังก์ชัน มีบทบาท (ยิ้ม)

กว่าจะออกมาเป็น Chapter I ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

ใช่ ตอนทำอัลบัมเราไม่ได้ทำกันแค่ 10-12 เพลง ทำอัลบัมจริงๆ มันใช้เวลาเยอะ เขียนเพลงกันเยอะ เราเขียนกันเกือบ 30 เพลง ใช้จริงแค่ 12 เอง

ซึ่งหนึ่งในเพลงที่ถูกคัดทิ้งก็คือ “ผู้ชายแห่งปี”

ครับ ‘ผู้ชายแห่งปี’ เป็นหนึ่งในนั้น (ยิ้ม) ทำเสร็จแล้ว พอมาเคาะรวม มันไม่เข้ากับเพลงอื่น เราก็เลยเอาออก แต่เพลงนี้ไบร์ท (พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ) เขาได้ฟังมาตั้งแต่เป็นเดโม เขาก็บอกว่าทำไมไม่เอาเพลงนี้ เขาชอบเพลงนี้ เขาก็บอกว่าอยากโพสต์เพลงนี้นะเขาชอบ เราก็บอกว่าโพสต์ไปสิ เพราะว่าเพลงนี้มันไม่ได้อยู่ในอัลบัมไง ไม่เป็นไรใช้ไปเถอะ พอคนเห็นคนก็เลยพูดถึง มาถามว่าทำไมไม่ปล่อยเพลงนี้ก็เลยต้องรีบเอาเดโมมาปล่อยให้คนได้ฟัง

 

 

อัลบัมนี้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง แล้วพี่โต๋ล่ะคะ คิดว่าอะไรในตัวที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง

อย่างถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลามีคนติดต่อมาเกี่ยวกับงานแสดง พี่จะบอกเลยว่าไม่ต้องส่งบทมาดูเลยครับ ไม่เล่น (หัวเราะ) ถ้าเขาส่งบทมาแล้วไม่เล่น เขาจะคิดว่าบทไม่ดีไง พี่ก็เลยบอกเลยว่าไม่เล่น ไม่ใช่ตัวผมครับ ถ้าใครที่ติดตามพี่มาตั้งแต่แรกจะรู้ว่าเลยว่า ถ้าพูดถึงละคร พี่จะต้องตอบว่า ‘ไม่เล่นครับ ผมเป็นนักดนตรี’ จะย้ำอยู่เสมอว่าเราเป็นนักดนตรี มาถึงวันนี้ พี่คิดนะว่าเราตั้งกรอบใสๆ ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ว่าเราเป็นนักดนตรี พื้นที่ของเราคือเปียโนเนี่ยแหละ เหมือนเราเอาเปียโนมาตั้งกรอบให้ตัวเองว่าต้องอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนี้ตลอดก็ได้ แน่นอนว่าตรงนี้เป็นที่ที่เหมาะสุด เรารู้สึกสบายที่สุด แต่กล้าออกไปทำอย่างอื่นบ้างก็ได้ มันก็เลยเป็นที่มาของการกล้าไปเล่นละครเวที มิวสิควิดีโอก็เล่นเอง

ถ้าอย่างนั้น ถ้ามีคนติดต่อพี่โต๋ในบทบาทของงานแสดง

และมันเข้ากับเรา ก็อาจจะเล่น ก็คือส่งบทมาอ่านก่อนได้ครับ (หัวเราะ)

 

 

ว่ากันถึงTOR+ Saksit CHAPTER I Live Showcase” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 4 มีนาคมนี้ พี่โต๋ก็มีแฟนคลับติดตามมากมาย (วันนี้ที่เราพบกันก็มีแฟนคลับมารอหน้าร้านเป็นจำนวนมาก มากจนเราต้องพับแพลนลงไปถ่ายรูปด้านล่างไป) ทำไมมันถึงไม่เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ พารากอนฮอลล์ ธันเดอร์โดม อิมแพ็ค อารีน่า… 

พี่ชอบนะ พี่ว่ามันอบอุ่นอะ อยู่วงการมาตั้งนาน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้จัดโชว์เคส (ยิ้ม) มันเขินมากนะ ตอนแรกที่ทีมงานบอกว่าเป็น Live Showcase and Meeting รู้สึกเป็นอปปามากเลย (หัวเราะ) พอคุยกับทีมงานถึงที่มาที่ไป มันโอเคมากเลยนะครับ พี่ว่าสิ่งที่มันมีความสุขมากของการกลับมาก็คือการเล่นคอนเสิร์ตที่อบอุ่น พี่เคยเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มันก็สนุกนะ อลังการ คนเยอะดี แต่มันเทียบอะไรไม่ได้กับการเล่นในที่เล็กๆ และเราสามารถมองตาคนครบทุกคน มองเห็นว่าใครมองอะไร ใครคิดอะไร และเราได้เล่นกับเขา นี่คือความสุขที่สุด

ตอนนี้เรามีอัลบัมแล้วใช่ไหมครับ สมัยก่อนตามสเต็ปก็จะต้องมีการแถลงข่าวปล่อยอัลบัม แถลงข่าวอัลบัมวางแผง พูดวางแผงเดี๋ยวนี้ก็เช๊ยเชย (หัวเราะ) มันไม่มีแล้วเนอะสมัยนี้ เราก็เลยจัดโชว์เคสแอนด์มีตติงดีกว่า แทนที่คนจะไปเดินซื้ออัลบัมกัน เราก็จัดงานนี้ขึ้น คุณมางานนี้มีเล่นเกม มีไฮทัช มีฟรีฮัก มีอะไรเยอะแยะเลยครับ และก็มีเล่นดนตรี พี่ก็แจกอัลบัมให้คุณฟรีไปด้วย มันก็คืองานแถลงข่าว แต่เป็นรูปแบบของในยุคสมัยนี้เท่านั้นเอง

ความสัมพันธ์ของพี่โต๋และแฟนๆ ที่เราจะเติบโตไปด้วยกัน

ก็อยากจะขอบคุณด้วยที่เติบโตมาด้วยกัน ขอบคุณมาก เพราะว่าตั้งแต่ชุดแรกๆ พี่มีแฟนเพลงที่เติบโตและติดตามกันมาตลอดจนถึงวันนี้ อยากจะบอกเขาว่า ไม่ใช่แค่เขาที่เฝ้าดูและให้กำลังใจเราอย่างเดียวนะ เราก็เฝ้าดูเขาเหมือนกัน เราก็เห็นการเติบโตของเด็กบางคนที่มาตั้งแต่ใส่คอซอง จนตอนนี้ทำงานแล้ว บางคนแต่งงานมีลูกแล้ว คือมันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง หลายๆ คนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ตามกรี๊ดอะไรกัน (ยิ้ม) แต่พี่แค่อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลย มันเหมือนคุณมีเพื่อน เพื่อนก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณ ศิลปินกับแฟนเพลงมันก็เกิดมาคู่กัน เพราะฉะนั้นการที่เติบโตไปด้วยกันพี่ว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารัก และมันเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษนะ คนที่ไม่เคยเป็นแฟนเพลงของใครหรือไม่เคยอยู่ตรงนี้อาจจะไม่เข้าใจ พี่ว่าตรงนี้มันอบอุ่นดี

 

 

‘B5’ IS COMING BACK FOR YOU

ช่วงครึ่งปีหลังจะมีการกลับมาของ B5 ครับ (ยิ้ม) โปรเจกต์ B5 เป็นการกลับมาในรอบ 15 ปีของพวกเรา กลับมาแบบครบทุกคน เป็นอัลบัมเต็มรูปแบบ กลับมาทำเพลงด้วยกัน เล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน ซึ่งเราปล่อยซิงเกิลแรกคือ “วีนัส” ไปแล้วครับ สำหรับพี่นะ B5 เหมือนกับเพื่อน ป.1 ก้าวแรกที่พี่ก้าวเข้ามาในวงการนี้พี่ก็ก้าวมาพร้อมเพื่อนๆ 4 คนนี้ ทุกวันนี้ 15 ปีผ่านไป ทุกคนก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ และพี่ว่ามันเป็นเคมีที่พิเศษ ยิ่งมาดูตอนนี้มันจะยิ่งพิเศษ เพราะว่าแต่ละคนจะมีความเป็นตัวเองที่ชัดเจนขึ้น คือพี่ก็เป็นสไตล์พี่เหมือนเดิม เบนก็เป็นอีกแบบ มาเรียม คิว เค้ก ก็เป็นอีกแบบ พอเวลามารวมกันมันก็เลยรู้สึกสนุกจัง แค่นั่งคุยกันก็ตลกแล้ว