15 คำถามล้วงลึกหนุ่มฮอตกล้ามปูซิกแพค​แน่น “ป๊อปปี้-รัชพงศ์”

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มมากความสามารถที่น่าจับตามองสำหรับหนุ่ม “ป๊อปปี้-รัชพงศ์ อโนมกิติ” หลังจากมีผลงานซีรีส์เรื่อง “WHY R U The Series เพราะรักใช่เปล่า” ที่ทำให้หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเขากันเป็นอย่างดีแล้ว ล่าสุดหนุ่มหล่ออารมณ์ดีคนนี้กำลังมีหลากหลายผลงานออกมาให้ได้ติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงานแสดงและงานพิธีกร

ตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มป๊อปปี้จะน่ารักน่าหยิกแค่ไหน และเขากำลังจะมีโปรเจกต์ใหม่อะไรมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันบ้าง ไปฟังจากปากหนุ่มหล่ออารมณ์ดี​คนนี้กันเลยจ้า…

พูดแนะนำตัวและผลงาน

“สวัสดีครับ ผม “ป๊อปปี้-รัชพงศ์ อโนมกิติ” ครับผม ตอนนี้เป็นพิธีกรรายการ “แซ่บพาซ่าส์” ออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 13.45-14.05 น. ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ก็มี “WHY R U The Series เพราะรักใช่เปล่า” แล้วก็ซีรีส์เรื่อง “YYY มันส์เว่อร์นะ” แล้วก็ทำรายการ “ดูมันดิ : DoMunDi TV” แล้วก็ผลงานที่เป็นที่จดจำก็คือ “The Face Thailand-Season 2″ อยู่ถึง Final Walk ครับ”

ป๊อปปี้เป็นหนุ่มสายฮาหรือเป็นหนุ่มเซ็กซี่

“ผมว่าผมมีทั้งสองอย่างนะ คือผมเลือกไม่ได้ว่าเป็นฝั่งไหน เมื่อก่อนผมจะพูดว่าตัวเองไม่เซ็กซี่ ถ้าใครถามผมก็จะตอบว่าผมเป็นสายฮา แต่ทุกคนก็จะบอกผมว่ายอมรับเถอะ ว่าที่เราต้องเล่นกล้ามทุกวันนี้ ต้องฟิตหุ่นก็เพราะเราต้องมีสายเซ็กซี่ไว้ในตัว ผมแค่รู้สึกว่าในทางนี้มันยังมีไม่เยอะมาก หมายถึงว่าคู่แข่งในสายงานที่เป็นแบบตลกด้วย หุ่นเซ็กซี่ด้วย ถ่ายแบบได้ด้วย ทำงานได้ด้วย แสดงได้ด้วยยังมีไม่เยอะ ผมก็เลยรู้สึกว่าทางนี้มันอาจจะเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเรา จนมีคนเรียกผมว่าเป็น “ป๊อปปี้เซ็กซี่สายฮา” ประมาณนี้ครับ”

เป็นหนุ่มสายแฟชั่นหรือเป็นหนุ่มสายชิล

“ผมชอบสายแฟชั่น ผมจะชิลได้ก็ต่อเมื่ออยู่บ้าน แต่สมมติว่าออกไปทำงานผมจะเป็นคนที่แต่งตัวจัด ชอบแต่งตัวมาก ผมรู้สึกว่าการแต่งตัวมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนชอบบอกว่า “เฮ้ย! ปี้เสื้อสวยอ่ะ” ผมก็คิดในใจถ้าไม่สวยผมจะซื้อทำไม แต่ก็ขอบคุณที่เขาชมนะ ผมไม่เสียเงินเรื่องของกินเยอะเท่ากับเรื่องเสื้อผ้า ผมเป็นคนที่เสื้อผ้าแพ๊งแพงนะ ซื้อ! อาหารแพงจะไม่ซื้อเพราะรู้สึกว่าไม่อิ่ม ผมชอบกินอะไรที่มันอิ่มทีเดียว เสื้อผ้าราคาสามพัน ห้าพัน หกพันผมซื้อ เพราะมันจะอยู่กับเราไปอีกนาน แต่อาหารมันจะอยู่กับเราแค่มื้อเดียว ถ้าสไตล์การแต่งตัวของผมจะเป็นแบบสะเปะสะปะครับ จะแต่งแบบเอาเราชอบเข้าว่า ผมจะชอบกดเข้าไปใน IG ของคนนั้นคนนี้ แล้วก็แคปรูปมาว่าเขาแต่งตัวยังไงแล้วผมก็จะเอามาแต่งตาม จะพยายามมาถือโทรศัพท์หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วก็ดูว่าเรามีไหม ถ้าไม่มีก็ซื้อออนไลน์เลยง่ายมาก”

เป็นเจ้าของซิกแพคแน่น มีวินัยในการออกกำลังกายอย่างไรบ้าง?

“หลายคนอาจจะคิดว่าการมีวินัยในการออกกำลังกายเป็นเรื่องไกลตัวนะ แต่ผมบอกว่าถ้าคุณทำได้เหมือนตอนที่เล่นเกม ทำได้เหมือนคุณชอบอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วทำอันนี้ให้มันเหมือนเป็นหนึ่งในตัวของเรา เชื่อเลยว่ายังไงคุณก็หุ่นดี จะเล่นอะไรก็ได้ไม่ต้องมีเทรนเนอร์ ไม่ต้องมีใครมาสอนเลย แต่แค่ลงไปเล่นทุกวันลองผิดลองถูก เดี๋ยวพอเห็นคนอื่นเล่นคุณจะรู้สึกว่า เฮ้ยทำไมเราอ้วนจัง ทำไมเราหุ่นไม่ดี อยากหุ่นดีเหมือนเขาบ้าง เล่นสิครับ แล้วเดี๋ยวคุณจะเป็นแบบเขาสักวันหนึ่ง ผมจะมีความคิดที่ว่า ทำทุกวัน เล่นมันทุกวัน ไม่รู้ว่ากล้ามเนื้อมันจะใหญ่ขึ้นหรือมันจะเท่ขึ้นกว่าเดิมไหม เราแค่เล่นเพราะเราชอบ”

ที่มาของแฮชเท็กซ์ #ป๊อปปี้ขยี้ทุกมุก

“สมัยที่ผมอยู่ใน “ดูมันดิ : DoMunDi TV” หรือว่าในงานอีเว้นท์อะไรก็ตาม ผมจะเป็นคนที่เล่นมุกตลก นี่คือหน้าที่ผม ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่หน้าที่แต่มันคืออุปนิสัยของผม คือผมเล่นไปเรื่อยแล้วก็เป็นคนที่แบบว่าไม่ได้มีกรอบในการเล่นตลก ผมรู้สึกว่าผมชอบในการที่ได้สะสมรอยยิ้มของคน ชอบเวลาที่คนหัวเราะ แล้วทำให้เขารู้สึกว่า “เออพี่เป็นคนตลกอ่ะ” อันนี้ผมรู้สึกว่าตอบโจทย์ความสุขของเรามากๆ เลยด้วย ผมรู้สึกว่าหลายๆ คนที่เขาอยู่กับเราแล้วเขายิ้มได้ แสดงว่าเขามีความสุข แสดงว่าเขามีความรู้สึกว่าเขาอยากอยู่กับเรา ผมรู้สึกว่าการที่เราไปที่ไหนแล้วมีเสียงหัวเราะ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ นี่แหละคือสิ่งที่เราอยากได้…คือแค่นี้เลย”

บทบาทท้าทายความสามารถที่อยากลองเล่นดูสักครั้ง

“พระเอกครับ (ยิ้ม)​ ถึงหน้าตาผมจะไม่ถึง แต่ผมเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้เล่นมันก็จะเป็นความท้าทายหนึ่งเลย แล้วก็ความฝันอันสูงส่งของผมเลยที่อยากจะเป็นก็คืออยากเป็นตลก ก็จะยิ่งกว่าความเป็นพระเอกไปอีก แต่ผมคิดว่ามันผนวกกันไดัครับ เป็นพระเอกตลกหรือเป็นพระเอกอารมณ์ดี ผมรู้สึกว่าถ้าเราได้ทำมันตอบโจทย์ความฝันของตัวเองแล้วสำหรับการทำงานในวงการตรงนี้”

ความสามารถพิเศษของป๊อปปี้ที่แฟนๆ ยังไม่รู้

“ร้องเพลงดีดกีตาร์มั๊งครับ เพราะไม่ค่อยได้โชว์หรือไปร้องเพลงดีดกีตาร์ให้ใครฟังสักเท่าไหร่ ผมเคยมีเพลงออกมาสองเพลงด้วย ทำลงใน Spotify หรือว่าลงใน YouTube ก็มี ก็บอกตรงๆ ว่าเสียงของผมก็ไม่ได้ดีเพราะเหมือนคนอื่น แต่ผมรู้สึกว่าผมแค่ชอบในเสียงเพลง แล้วก็ชอบการดีดกีต้าร์เพราะว่าเอาไว้จีบสาวในยุคนั้น ผมไม่ได้เรียนด้วย ผมฝึกเองเลยใน YouTube แล้วเรียนเองจนเป็น รู้สึกว่าสาวๆ ต้องหลงบ้างล่ะผู้ชายดีดกีตาร์ ดีดกีต้าร์ไปร้องเพลงไปมันก็เป็นอีกความสามารถพิเศษหนึ่งที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ ถ้าเรื่องผลงานเพลง ผมว่ามันอยู่ที่โอกาสนะ ผมยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามีไหม ถ้าให้เราร้อง ร้องได้ไหมก็ร้องได้ ถ้ามีโอกาสนะ แต่ถ้าไม่มีโอกาสเดี๋ยวก็ไปขวนขวาย​หาเอาครับ”

ไอดอลหรือคนดังที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงที่แอบปลื้ม

“ที่สุดของผมมีอยู่สองคนครับ แล้วก็อาจจะเป็นสองคนที่ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นด้วย คนอื่นอาจจะชอบพี่ซันนี่ พี่ณเดชน์​ พี่มาริโอ้ใช่ไหมครับ แต่ของผมคือพี่แจ๊ส ชวนชื่นครับ แล้วก็พี่ตั๊ก บริบูรณ์​ สองคนนี้คือไอดอลของผมเลย ผมรู้สึกว่าเขามีความเป็นธรรมชาติ​ของตัวเอง ผมพูดตรงๆ ว่าผมทำงานมาหลายที่ ผมก็เจอดาราหลายคน แล้วผมก็เคยเจอตัวจริงของพี่ตั๊ก บริบูรณ์​แล้ว ผมก็รู้สึกว่าในทีวีเขาเป็นยังไงตัวจริงเขาก็เป็นอย่างนั้นเลย ผมแค่รู้สึกว่าผมอยากจะเป็นคนแบบนั้น คือเป็นคนที่ในทีวีคือเป็นคนตลก ตัวจริงเราอาจจะไม่ได้เป็นคนตลกหรอก แต่อาจจะแค่อัธยาศัย​ดี ทุกคนอยู่ด้วยแล้วแฮปปี้ แต่จะมีดาราหลายท่านเลย อันนี้ผมเข้าใจนะว่าท่านคงเครียดจากการทำงานแล้ว เป็นตลกปุ๊บก็ตลกแล้ว แต่พอสั่งคัทปุ๊บออกมาคือเครียดเลย ผมเข้าใจนะว่าแกคงทำงานมาเยอะ ต้องเล่นตลกเยอะ บางทีการอยู่กับตัวเองบ้างก็คงจะดี แต่ในมุมมองที่ผมมองผมรู้สึกว่าถ้าคุณสนุกในการทำงานด้วย แล้วคุณออกมาข้างนอกก็ยังสนุกอยู่นั่นก็แสดงว่าคือตัวคุณใช่ไหม ผมก็เลยรู้สึกว่าการเจอพี่ตั๊กกับพี่แจ๊ส​ก็เป็นไอดอลของผม แล้วเขาก็เป็นพิธีกรที่ตลกมากด้วย ตอนแรกก็ตลกอย่างเดียว แต่อย่างผมถ้าตลกอย่างเดียวมันก็ไม่รอด ก็ต้องทำงานที่เป็นทางการได้ด้วย พี่แจ๊สกับพี่ตั๊ก​ก็ทำงานพิธีกรที่เป็นทางการได้ด้วย ตลกได้ งานพิธีการก็ทำได้ผมว่านี่แหละเป็นอะไรที่ผมก็อยากเป็น”

ความท้าทายของงานพิธีกรรายการ “แซ่บพาซ่าส์”

“รายการนี้ผมถือว่าโชคดีแล้วก็เรียกได้ว่าผู้ใหญ่ให้โอกาส เพราะว่าในตอนนั้นในรายการเขากำลังเหมือนหาคนที่สามารถมาเป็นพิธีกรให้เขาได้ ผมก็มาลองแคส ดูแล้วทางผู้ใหญ่ก็โอเค แล้วก็ได้ทำ ก็รู้สึกว่ามันเป็นโอกาสหนึ่งที่ทางช่อง 3 แล้วก็ทางรายการให้โอกาสเรามากๆ เลย จับพลัดจับผลูได้มาทำ ด้วยความที่เป็นคนชอบพูดอยู่แล้ว พูดมากอยู่แล้วแต่ไม่ได้มีสาระ การมาอยู่รายการนี้อาจจะต้องการสาระ ซึ่งผมอาจจะให้ได้ไม่มากเท่าไหร่แต่ก็จะเน้นตลกไปสร้างสีสันให้รายการประมาณนี้ครับ การทำการบ้านสำหรับงานพิธีกรของผมคือ วันแรกๆ เอาตรงๆ เลยนะผมไม่ทำการบ้านเลย ไม่ทำเลยผมแค่เตรียมใจอย่างเดียว ผมรู้สึกว่าการที่ใจเราพร้อม สิ่งที่ออกมามันจะพร้อม ผมต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองไม่ตื่นเต้น นี่คือการบ้านของผมเลย ผมรู้สึกว่าผมมีมุกตลก มีการพูดหรืออะไรต่างๆ ที่เรามีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้ถูกเกลาให้มันละเอียดมาก แต่พอมาเป็นรายการนี้ ผมรู้สึกว่าแค่ความตื่นเต้นมันทำให้สิ่งเหล่านี้ของผมมันหายไป แค่เรียกความเป็นตัวเองกลับมา เรียกความสดใสของตัวเองกลับมา แล้วก็นอนให้พอเตรียมใจให้พร้อมแค่นี้เองครับ”

เสน่ห์ของงานพิธีกร

“ผมว่าเสน่ห์ของงานพิธีกรรายการ “แซ่บพาซ่าส์” ก็คือความที่เป็นไลฟ์สด แล้วมันจะเกิดความผิดพลาดสดๆ มุข สดๆ ทุกอย่างจะไม่มีการเตี๋ยมอะไรเยอะ ดังนั้นเวลาผมเล่นมุกตลกออกมาบางทีคนอื่นงง หรือบางทีผมพูดอะไรที่ผิดปุ๊บ แล้วคนอื่นจะช่วยแก้ ผมว่านี่มันคือเสน่ห์ เพราะว่ามันจะเห็นถึงความผิดพลาดจริงๆ ต้องบอกก่อนว่าพิธีกรทุกคนมีข้อผิดพลาดหมด อยู่ที่ว่าพลาดมากพลาดน้อย แล้วเราจะตบกลับมายังไงให้รายการมันดูไม่ผิด ผมรู้สึกว่านี่มันคือเสน่ห์ แล้วก็มันตลกเวลาที่เห็นคนอื่นผิดหรือตัวเองผิดแล้วหลุดหัวเราะต่อหน้ากล้องเลย แล้วมันเป็นรายการไลฟ์สดครับ คนดูก็จะเห็นอย่างนั้นเลยไม่มีการตัดต่อใดๆ ทั้งสิ้น ผมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของการทำรายการสด แล้วผมก็ได้เรียนรู้เยอะเลยนะ เพราะว่าผมเป็นคนหนึ่งที่พูดสาระไม่ค่อยเก่ง แต่จะพูดแบบไม่มีสาระเก่งมาก จนมาทำรายการนี้ผมรู้สึกว่าเราต้องมีทั้งสองอย่างในตัว เพราะว่าไม่มีใครไม่อยากฟังอะไรที่ไม่มีสาระตลอดไป ผมเลยรู้สึกว่ารายการนี้ฝึกฝนให้ผมโตขึ้น ฝึกให้ผมทำงานเป็นระบบมากขึ้น ทุกอย่างมันดูมีระเบียบและแบบแผนที่ทำให้เรารู้สึกว่าแบบนี้แหละในอนาคตเราจะเป็นคนเก่งได้จากการฝึกฝนแบบนี้”

ได้นำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้ในการทำงาน

“ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารก่อน ผมเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอาหาร ซึ่งถามว่าเกี่ยวกับอาหารในการทำไหม ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะผมเรียนวิเคราะห์ภายในอาหารว่ามีวิตามินยังไง วิตามินตัวนี้โดนความร้อนแล้วมันระเหยหายไปยังไง หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ มี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ผมจะเรียนเกี่ยวกับพวกนี้ และสาเหตุที่ผมเรียนผมก็ไม่ได้ชอบ ผมแค่ชอบเพราะว่าผู้หญิงสวยแค่นี้ คือเหตุผลที่ผมไปนั่งเรียนในคณะนี้ แต่ว่าคณะนี้เป็นคณะที่สอนให้ผมเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารมากขึ้น ก็ต้องเรียนให้รอด แล้วดันเรียนได้โอเค ตั้งแต่ผมเรียนจบมา 3-4 ปี ผมไม่เคยได้ใช้วิชาด้านความรู้อาหารสักเท่าไหร่เลย แล้วผมไม่ได้ถ่ายทอดให้คนอื่นด้วย เพราะผมกลัวจะถ่ายทอดไม่ถูก แต่พอมาทำงานพิธีกรรายการนี้ ผมต้องกลับไปนั่งอ่านอะไรที่ผมลืมไปหมดแล้วอีกรอบหนึ่งว่า อ๋อ มะเขือเทศมีวิตามินไลโคปีน วิตามินนี้ละลายในน้ำ หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ มีโปรตีน คาร์โปรไฮเดรต ไขมัน ผมจะเรียนเกี่ยวกับพวกนี้ แต่ผมเรียนผมไม่ได้ชอบ ผมแค่ชอบเพราะว่าผู้หญิงสวยแค่นี้ คือเหตุผลที่ผมไปเรียนคณะนี้ แล้วพอจบออกมาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะนำกลับมาใช้เป็นความรู้ให้กับคนดูได้ เป็น 4 ปีที่ผมรู้แล้วว่าผมเรียนมาเพื่ออะไร ผมรู้เลยวันนี้ (หัวเราะ)”

มองโลกในแง่ดี ใช้ชีวิตให้มีความสุขสไตล์​ป๊อปปี้

“ถ้าอยู่นิ่งๆ ผมจะคิดมาก คิดเยอะ คิดโน่นคิดนี่ บางทีคิดแค่เรื่องตลกซ้อนแล้วซ้อนอีก สุดท้ายเล่นไปคนงงไม่เข้าใจว่าเราเล่นมุกอะไรมันลึกเกิน ผมก็รู้สึกว่าบางทีเราเป็นคนคิดมากในเรื่องของการทำงาน แล้วเราเป็นคนที่แคร์คนทำงาน ผมจะกลัวการที่คุณมาทำงานกับผมแล้วคุณเครียด กลัวว่าผมจะทำได้ไหม กลัวว่าผมจะทำงานออกมาได้ดีไหม ถ้าไม่ดีก็โดนบ่นทีหลัง ผมเลยคิดกับตัวเองว่าเราเป็นแค่ฮัดชิ้วของโลก สุดท้ายแป๊บเดียวก็ตาย ฮัดชิ้วทีเดียวก็ตายแล้วโรคนี้ ผมก็เลยรู้สึกว่างั้นเรามาทำอะไรให้เต็มที่ไหม ทุกอย่างเลย อยากทำอะไรทำ หลายคนมาเสียดายทีหลังว่าไม่ได้ทำเลย ผมแค่ทำเท่านั้นเลย แฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ก็ทำไปก่อน ถ้าแฮปปี้​ก็ทำไปสิ ผมก็เลยรู้สึกว่าการที่ได้มาเจอทุกคน ถ้าคิดง่ายๆ เลยวันนี้ผมอาจจะเจอพี่แค่ครั้งเดียวก็ได้ ผมจะทำภาพครั้งเดียวตรงนี้ให้พี่รู้สึกว่าผมเป็นคนดีหรือคนไม่ดีก็ได้ใช่ไหมครับ ผมก็แค่ทำให้พี่รู้สึกมีความสุขในการได้เจอผม แค่นี้ก็พอแล้วเท่านั้นเอง แล้วผมก็ทำอย่างนี้กับทุกคน มันก็รู้สึกดีนะเวลาที่เรารักใครแล้วเขาก็รักตอบ มันก็จะรู้สึกแฮปปี้ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนยิ้มให้”

ขอมุกเสี่ยวเอาใจแฟนคลับ

“ผมไม่อยากนั่งดูฟ้าข้างขึ้นหรือข้างแรม แต่ผมอยากนั่งอยู่ข้างคุณนะครับ” ฮิ้ววว!

ช่องทางการติดตามป๊อปปี้

“ก็ติดตามผมได้ในรายการแซ่บพาซ่าส์ และติดตามใน IG @poppylhh แล้วก็ทำรายการใน YouTube​ ด้วยชื่อรายการ “ป่นปี้ขยี้ฮา” ทำมาได้ประมาณสามเดือน แต่ก็ทำสนุกๆ ครับ เป็นรายการที่เหมือนกับว่าผมไปเจอหรือไปเวิร์กช็อป​กับดาราท่านอื่นๆ เราก็จะให้ทายแล้วต่อมุกง่ายๆ เลยเช่น คำว่า “กระ” ก็มาเล่นต่อคำข้างหลังเป็น กระดาษ กระทิง กระทง กระสือ เท่านี้เลยครับ แล้วผมก็ไปตัดต่อขยี้แกล้งเขา มันก็สนุกขำๆ ทำฆ่าเวลาว่างๆ ถ้าช่วงไหนอัปคลิปบ่อยแสดงว่าผมว่าง (หัวเราะ)​”

ฝากผลงาน

“ผมก็จะมีซีรีส์อีกสองเรื่อง เรื่องหนึ่งเดี๋ยวทุกคนก็จะได้ชมกันทางช่องสาม และอีกเรื่องหนึ่งก็จะเป็นของ WeTV​ แล้วก็มีงานพิธีกรรายการ” แซ่บพาซาร์” แล้วก็มีรายการใน YouTube ​ครับ ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ ขอบคุณ​ครับ”

สั่งซื้อ Kazz Magazine ได้ที่

Facebook Comments