“ปู ไปรยา” ไม่เสียดายงานต่างประเทศ โควิด-19 ระบาด งดเยี่ยมผู้ลี้ภัย

หายเอ่ยชื่อถึงนางเอก-นางแบบสาว “ปู” ไปรยา ลุนด์เบิร์ก หลายๆคนก็ต่างยกให้เธอเป็นนางฟ้าเดินดิน ที่เธอทุ่มเททำงานให้องค์กรการกุศล และคอยช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้ ล่าสุดได้มีโอกาสเจอเธอในงาน “Beauty Gems Let’s Go Green Stop PM 2.5” ณ อาคารบิวตี้ เจมส์ เซ็นเตอร์ ศาลาแดง ก็ไม่พลาดที่จะอัปเดตเรื่องงานและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้

โดย “ปู” เผยว่าตอนนี้งดเดินพรมแดงงานแฟชั่นวีคที่ต่างประเทสไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น ยันไม่เสียดาย รับเป็นห่วงคนในค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งช่วงนี้ก็ต้องงดไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยจนถึงปลายปี รับมีคนไดเรคมาขอความช่วยเหลือเยอะ แต่บางคนพอช่วยกลับหายเงียบ เผยตนอนนี้กำลังระดมเงิน เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล

วันนี้เป็นยังไงบ้างมาร่วมงานกับบิวตี้ เจมส์ ?
ค่ะ บิวตี้ เจมส์ เชิญมาร่วมรณรงค์แคมเปญ “Beauty Gems Let’s Go Green Stop PM 2.5” ก็คุณหนึ่ง-สุริยน ใส่เรื่องสิ่งแวดล้อมมาก ก็อยากจะมาช่วยรณรงค์ให้คนไม่เผาป่า เผาไม้ เผาขยะค่ะ

เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม?
ใส่ใจค่ะ ก็เป็นห่วงสุขภาพคนไทย เพราะครอบครัวปูก็อยู่ที่นี่นะคะ ก็อยากให้เขามีอากาศที่ดีจะได้ออกไปออกกำลังกายข้างนอกได้ แต่ช่วงนี้ยังทำไม่ได้ ก็อยากให้ใส่แมสค่ะ

ช่วงนี้สถานการณ์ค่อนข้างแย่ ทั้งเรื่องโควิด-19?
เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงค่ะ ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ นี่ก็น่าจะเป็นอีเวนต์สุดท้ายที่ปูรับ เพราะงานนี้เป็นงานภายใน แต่ถ้าเป็นงานอีเวนต์เปิดก็ไม่อยากรับชั่วคราวค่ะ

ส่วนตัวระมัดระวังตัวเองขนาดไหน ในการรับงานหรือไปงานต่างๆ?
ปีนี้ถ้าเดินทางไปอเมริกาก็คืออยู่ยาวหลายเดือนเลย แต่ว่าที่อื่นไม่ไปค่ะ แฟชั่นวีคไม่ไปเลย พรมแดงต่างประเทศก็ไม่เดินค่ะ เพราะรู้สึกว่าสถานการณ์โลกตอนนี้ ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของคนมากกว่า

อีเวนต์ที่ยกเลิกไปได้รับผลกระทบไหม?
ปูเป็นคนไม่ค่อยรับอีเวนต์อยู่แล้ว อย่างที่เห็น อันนี้พอดีว่าคุณหนึ่ง-สุริยน ชวนมาบอกว่าเป็นงานภายใน อาจจะพบสื่อนิดหน่อย ปูก็โอเคเพราะไม่ได้เจอพี่ๆสื่อนาน แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่รับอีเวนต์

เอาสุขภาพก่อน ไม่เสียดายอะไร?
ไม่เสียดายค่ะ เพราะจริงๆปูก็เพลาเรื่องแฟชั่นวีคมาสักพักแล้ว และก็ไปมาหลายปีแล้วค่ะ และตอนนี้ถ้ากลับไปต่างประเทศจริงๆก็คือกลับไปอเมริกาแล้วอยู่ยาว แต่ถ้าไม่กลับก็อยู่ที่เมืองไทยยาวๆ

ตกใจไหมที่มีคนติดเชื้อที่มิลานแฟชั่นวีค?
ไม่ตกใจ ไม่แปลกใจ เพราะแฟชั่นวีคเป็นที่ที่คนรวมตัวกันเยอะ และมันเป็นช่วงแรกๆที่ข่าวโควิด-19 ออกด้วย คือ เป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกแต่ก็ต้องระวัง และไม่อยากให้คนกังวล จนไม่รับฟังข่าวที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แหล่งข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมาก เราต้องฟังข่าวจากองค์การอนามัยโลก หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ถ้าเราฟังซี้ซั้วมันจะทำให้เกิดความกังวล เกิดผลกระทบ ต่อธุรกิจ ต่อคนทั่วไป ปูไม่อยากให้มีผลกระทบแบบนั้นค่ะ

อย่างเราทำงานกับ UNHCR เป็นห่วงไหมว่าสถานการณ์โลกจะลุกลามไปถึงเด็ก?
เป็นห่วงมากค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก แต่ก็อย่างที่บอกไม่อยากให้คนกังวลไปก่อน และไม่อยากให้คนเหยียดคนอื่น ไม่อยากให้คนเหยียดเชื้อชาติอื่น ซึ่งปูทำงานกับ UNHCR ปูเชื่ออย่างใจจริงว่า ถ้าคนเราจะสามัคคีกัน ก็คือในยุคนี้แหละ เราควรจะดูแลและให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นห่วงประเทศเพื่อนบ้านและประเทศของตัวเองด้วย เพราะทุกคนก็คือมนุษย์ เราควรจะปกป้องตัวเอง เพื่อที่จะไม่ให้ติดคนอื่น

มีแพลนเดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยไหม?
ช่วงนี้งดไปค่ายผู้ลี้ภัยจนถึงเกือบปลายปีค่ะ

ได้ถามทางUNไหมว่ามีมาตรการอะไรดูแลผู้ลี้ภัย?
ตอนนี้ยังไม่มีผู้ลี้ภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ค่ะ แต่เราก็คุยกันว่าปีนี้ไม่ลงพื้นที่เยี่ยมค่าย จนกว่าปลายปี

มีคนเข้ามาขอความช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆทั้งในไอจีและโซเชียลต่างๆ
ใช่ค่ะ ปูมีคนไดเร็คแมสเสจ และคอมเมนต์ขอเงิน ขอความช่วยเหลือตลอด (มีเข้ามาเรื่อยๆ?) ตลอดค่ะ ก็มีคนไดเร็คมาหาเป็นหลัก 100 ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (เราไล่ดูหรือยังไง?) ช่วงแรกๆช่วยเยอะมาก บางคนบอกว่าบ้านจะโดนยึด รถจะโดนยึด 20,000- 30,000 คือตอนนั้นเศรษฐกิจดีปูโอนเงินไปให้เลย ก็ให้ส่งหลักฐานมาให้ดู แต่ตอนนี้คงต้องช่วยหลักพันหลักร้อยก่อน เพราะรู้สึกว่าบางครั้งช่วยไปแล้วเขาขอบคุณและก็หายไปเลย ก็รู้สึกนิดนึง แต่ก็เป็นบทเรียนว่าการทำทานต้องทำอย่างมีสติ บางครั้งถ้าทำแบบไม่มีสติ มันเหมือนเป็นการสร้างบาปมากกว่า แต่ถ้าตอนนี้เล็กๆน้อยๆ อย่างเคสล่าสุดบอกว่าเขาลำบากจริงๆ ช่วยอุดหนุนสิ่งที่เขาขายได้ไหม อันนี้เรารู้สึกว่าช่วยให้เขาได้ดำรงอาชีพต่อไป แต่ถ้าเป็นเคสแบบว่าค่าเช่าไม่มีแล้ว จะโดนเตะออกจากหอ เมื่อก่อนปูจะช่วยทันที แต่รู้สึกว่าเคสแบบนี้ พอเราช่วยเขา เขาก็หายไปในพริบตา แม้แต่ตอนข่าวที่ปูเลิกกับแฟน ปูก็รู้สึกนิดนึงว่าเขาจะมีมาถามบ้างว่าคุณปูโอเคไหม…ก็ไม่มี(หัวเราะ) แต่รู้สึกว่านี่คือสัจธรรม ก็เข้าใจ

เข็ดไหม?
ไม่เข็ด อยากช่วยแต่ต้องเลือกช่วย

ช่วยไปเท่าไหร่แล้ว?
ถ้าแค่ทุนการศึกษาเด็กของปูปีหนึ่งก็หลายแสนแล้วค่ะ (ที่ไดแรคมาขอความช่วยเหลือ?) หลักแสนต้นๆค่ะไม่ได้เยอะอะไรมาก

กลัวไหมว่าจะเป็นมิจฉาชีพ?
ปูเช็คค่ะ ปูขอบัตรประชาชน ปูเช็คทุกอย่าง เขาอยู่แบบไหน พ่อแม่เขาอยู่ยังไง บางคนบอกว่าแม่เขาไม่มีที่อยู่ต้องไปอยู่ข้างทางแล้วบ้านโดนยึด พอเราเห็นเราก็นอนไม่หลับ คนไทยเหมือนกัน สุดท้ายแล้วปูต้องตั้งสตินิดนึงว่าปูช่วยทุกคนทุกเคสไม่ได้ เพราะสุดท้ายเขาก็ไปเลยอ่ะ ปูเลยเลือกช่วยแบบยั่งยืน ให้ทุนการศึกษา ช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเก็บเงินซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เครื่องช่วยหายใจ ก็พยายามเก้บเงินระดมเงินอยู่ จะเอาเงินไปช่วยอะไรที่เป็นแบบนี้มากกว่า และก็ให้กับโรงพยาบาลโดยเฉพาะไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ แต่โรงพยาบาลตามต่างจังหวัดอะไรแบบนี้ค่ะ

เจาะจงหรือยังว่าจะเป็นที่ไหน อะไร ยังไง?
ยังค่ะ เก็บเงินซื้อเครื่องก่อนค่ะ เพราะราคาค่อนข้างสูง

แต่ละปีปูจัดสรรเงินเพื่อทำบุญ?
ปูเชื่อว่าได้มาง่ายก็ไปง่าย ได้มาแล้วก็แบ่งปันซะ และสิ่งที่บอกปีที่ผ่านมาที่สัมภาษณ์ปูครั้งนี้แล้ว แต่ครั้งนี้ปูยิ้มออก แต่ครั้งนั้นกลับไปคือใจจะขาด เป็นสามอาทิตย์ที่จุก ยอมรับเลยว่าไม่อยากจะลุกจากเตียง ไม่อยากไปไหน แล้วก็คิดว่าโอเค ในเมื่อเราเกิดมามีโอกาสเยอะแล้ว เรามีงานเยอะแล้ว แต่มันก็ไม่มั่นคงอาชีพในวงการบันเทิง ช่วงที่มีก็แบ่งๆไปเถอะ ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี

ขอบคุณภาพจาก IG: prayalundberg

สั่งซื้อ Kazz Magazine ได้ที่

Facebook Comments