พร้อมเป็นเจ้าของกันแล้วหรือยัง? iPhone 13 มาแล้ว

สิ้นสุดการรอคอย iPhone 13 เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สำหรับการจัดงาน‘California Streaming’ เปิดตัว iPhone 13 ในครั้งนี้มีความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นการถ่ายทอดสดแบบเวอร์ชวล (Virtual) จากแอปเปิลพาร์ค (Apple Park) ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแอปเปิล Apple.com,ช่องยูทูปอย่างเป็นทางการของแอปเปิล และอีกหนึ่งช่องทาง แอปพลิเคชัน Apple TV

ซึ่งไฮไลท์สำคัญที่สาวก Apple ต่างรอคอยคือการเปิดตัว iPhone 13 รุ่นใหม่ล่าสุด โดยจะแบ่งออกเป็น 4 รุ่นเหมือนเดิม ได้แก่ iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ซึ่งจะมาในขนาดหน้าจอเท่าเดิมไล่มาตั้งแต่ 5.4 นิ้ว, 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว มาพร้อมความจุเริ่มต้น 128 GB เท่ากัน แต่พิเศษใน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ได้เพิ่ม ความจุ 1TB!! มาใน iPhone เป็นครั้งแรก ทำให้มีทั้งหมด 4 ความจุ คือ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB ซึ่งในประเทศไทยจะเปิดให้จองก่อนในวันที่ 1 ต.ค. 64 และเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ตุลาคม 2564 ซึ่งห่างจากสหรัฐอเมริกาเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น

iPhone 13 mini ราคาเริ่มต้น 25,900 บาท iPhone 13 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท มี 5 สี ได้แก่ ชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และ สีแดง มีให้เลือก 3 ความจุ 128GB, 256GB และ 512GB ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ด้านหลังแบบกระจก และอะลูมิเนียม จอภาพ Super Retina XDR จอภาพ OLED ทั้งหน้าจอ ระบบกล้องคู่ความละเอียด 12 MP กล้องไวด์ รูรับแสงขนาด f/1.6 กล้องอัลตร้าไวด์ รูรับแสงขนาด f/2.4 ปละมุมมองภาพ 120 องศา ซูมออกแบบออปติคัล 2 เท่า ซูมดิจิทัลได้สูงสุด 5 เท่า กล้องหลังสองตัวเซนเซอร์ใหญ่ขึ้น ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น และกล้องไวด์มีระบบกันสั่นแบบ Sensor Shift มาพร้อม Cinematic Mode การถ่ายวีดีโอที่สามารถล็อค และแทร็กโฟกัสได้อัตโนมัติเหมือนกล้องถ่ายภาพยนตร์ รวมถึงสามารถแตะได้เองแบบ Manual

iPhone 13 Pro ราคาเริ่มต้น 38,900 บาท iPhone 13 Pro Max ราคาเริ่มต้น 42,900 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ กราไฟต์, ทอง, เงิน และสีใหม่ เซียร์ร่าบลู มีทั้งหมด 4 ความจุ คือ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ด้านหลังแบบกระจกผิวด้านและสแตนเลสสตีล จอภาพ Super Retina XDR พร้อม ProMotion จอภาพ OLED ทั้งหน้าจอ สำหรับระบบกล้องบน iPhone 13Pro และ iPhone 13 Pro Max เป็นระบบกล้องที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา Sensor ใหม่มีขนาดใหญ่ ระบบกล้องระดับโปรความละเอียด 12 MP กล้องเทเลโฟโต้ รูรับแสงขนาด f/2.8 ไวด์ รูรับแสงขนาด f/1.5 อัลต้าไวด์ รูรับแสงขนาด f/1.8 และมุมมองภาพ 120องศา ซูมเข้าแบบออปติคัล 3 เท่า ซูมออกแบบออปติคัล 2 เท่า และช่วงซูมแบบออปติคัล 6 เท่า ซูมดิจิทัลได้สูงสุด 15 เท่า

ภาพถ่ายบุคคลในโหมดกลางคืน ทำได้โดยอาศัยสแกนเนอร์LiDAR โหมดถ่ายภาพบุคคลพร้อมโบเก้ที่สมจริง และการควบคุมระยะชัดลึก การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลพร้อมเอฟเฟ็กต์ 6 แบบ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคัส ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัสที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์ และระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ ในโหมดบันทึกวีดีโอได้เพิ่มโหมดถ่ายภาพวีดีโอมาหลายโหมด ได้แก่ Macro Slow Motion, โหมดการปรับ Depth ในวีดีโอเพิ่มการถ่าย Pro-Res สูงสุด 4K ที่ 30fps

ขอบคุณภาพจาก : Apple.com

สั่งซื้อ Kazz Magazine ได้ที่

Facebook Comments