สุดอะเมซิ่ง! มาดูภาพภารกิจเจ๋งๆ ขององค์การ ‘NASA’ ที่บอกได้เลยว่าคูลสุดๆ!

สุดอะเมซิ่ง! มาดูภาพภารกิจเจ๋งๆ ขององค์การ ‘NASA’

ที่บอกได้เลยว่าคูลสุดๆ!

ยังคงเป็นองค์กรใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวโลกอยู่อย่างต่อเนื่องสำหรับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา (National Aeronautics and Space Administration : NASA) ซึ่งในแต่ละภาระกิจแต่ละโครงการอวกาศและงานวิจัยห้วงอากาศอวกาศของ NASA นั้นล้วนแล้วแต่เป็นภาระกิจสำคัญระดับโลก โดยองค์การนาซาได้ถือเป็นคำขวัญประจำองค์กรว่า “เพื่อประโยชน์ของทุกคน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งภาระกิจที่ประสบความสำเร็จล่าสุดของ NASA ก็คือการลงจอดบนพื้นผิวของดาวอังคารของยานสำรวจ ‘อินไซต์’ ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของกองเชียร์จากชาวนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิสและจากทั่วโลก

ภาพของยานสำรวจ ‘อินไซต์’ ที่บินขึ้นไปปฏิบัติภาระกิจสำรวจพื้นผิวบนดาวอังคารตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018

ภาพบนพื้นผิวของดาวอังคารที่ยานสำรวจ ‘อินไซต์’ บันทึกภาพส่งกลับมายังโลกได้สำเร็จ

ภาพที่นักบินยานอวกาศบันทึกภาพบรรยากาศบนพื้นผิวของดาวอังคารส่งกลับมาให้ชาวโลกได้ชื่นชอบ 

นอกจากภาระกิจสำรวจดาวอังคารแล้ว เราตามมาดูกันค่ะว่าการทำงานของ NASA ในแต่ละการวิจับและค้นคว้าของพวดเขาจะนำพาเราไปเห็นภาพงดงามของดวงดวงไหนกันบ้าง

ภาพยานอวกาศ Lucy กำลังบินสำรวจดาวเคราะห์น้อยที่กำลังจะมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2021 โดยจะบินในวงโคจรที่แตกต่างกันรอบดวงอาทิตย์มากกว่าภารกิจอื่นใดในประวัติศาสตร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบล็อคของระบบสุริยะของเราใช้

ภาพความงดงามของกลุ่มดาวหลายร้อยหลายพันดวงที่ NASA บอกว่ากระจุกดาวกลุ่มนี้ไม่ใช่ดาวกลุ่มเดียวกันแต่กลับมารวมตัวกันเป็นกลุ่มดาวที่ส่องแสงสว่างในห้วงจักรวาลจนมองดูเหมือนดวงไฟที่สวยงามในวันคริสต์มาส กลุ่มกระจุกดาวนี้ถูกค้นพบโดยทีม NGC 1866 ที่ค้นพบกลุ่มเมฆ Magellanic ขนาดใหญ่และกาแล็คซี่เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางช้างเผือก โดยนักดาราศาสตร์ James Dunlop เมื่อปี 1826 ที่ค้นพบหมู่ดาวหลายพันดวงและวัตถุท้องฟ้าลึก

ภาพนี้ถ่ายโดยนักดาราศาสตร์ที่สามารถถ่ายภาพการก่อตัวและการขยายตัวของวัตถุที่พุ่งตัวออกมาโดยตรงออกจากจจุดกึ่งกลางของหลุมดำมวลมหาศาล จนได้ภาพที่มองดูเหมือนสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์พวยพุ่งอยู่กลางอวกาศ  นักวิทยาศาสต์เฝ้าติดตามเหตุการณ์มหัศจรรย์นี้ด้วย Very Long Baseline Array (VLBA) หรือวิทยุและอินฟราเรดกล้องโทรทรรศน์อวกาศของ NASA ในคู่ของกาแลคซี่ที่เรียกว่า ‘Arp 299’ ซึ่งเป็นกาแลคซีที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 150 ล้านปีแสงจากโลก

นี่คือภาพหลุมดำ ‘Munch’ ที่ปรากฏอยู่บนดวงดาวที่อยู่ในศูนย์กลางของกาแลคซีระยะไกล มันเป็นหลุมดำที่วางตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ลึกภายในกาแล็กซีรูปไข่ที่ไม่มีชื่อมาเป็นเวลาหลายพันปี คอยที่จะเขมือบย่อยสลายเศษที่เหลือของดาว ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศของ NASA และเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์ได้เห็นกระบวนการทั้งหมดของหลุมดำที่เฝ้ากลืนกินดวงดาวจากดวงแรกจนถึงดวงเกือบสุดท้าย ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้เข้าใจถึงการชั่งน้ำหนักหลุมดำในจักรวาล และเข้าใจวิธีการกินอาหารและการเจริญเติบโตในกาแล็กซี่ของมันเอง

ภาพของหลุมดำมวลมหาศาลสิงสถิตอยู่ในใจกลางของกาแล็กซี่ ซึ่งบางส่วนของหลุมดำเหล่านี้จะปรากฏขึ้นเพื่อกลืนกินวัสดุจากสภาพแวดล้อมของมัน ด้วยการเปิดตัวเองให้มีลักษณะเหมือนเครื่องบินไอพ่นความเร็วสูง จนทำให้มันมองดูเหมือนโดนัทกลมๆ มีรูตรงกลาง มีสนามแม่เหล็กที่คาดว่าอาจจะเป็นตัวช่วยให้พลังงานหลุมดำให้สามารถดักจับและกักฝุ่นที่ใกล้กับศูนย์กลางของกาแล็กซี ให้หลุดลอยเข้าไปที่ศูนย์กลางของมันได้อย่างง่ายดาย

ภาพของหลุมดำ ‘Behemoth’ ที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ  Hubble และกล้อง Gemini ในฮาวาย NASA ระบุว่ามันถูกพบในสถานที่ที่ไม่น่าเชื่อ และภาพนี้อาจจะเป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้ว่าการปรากฏตัวของเจ้าหลุมดำ ‘Behemoth’ ที่ว่านี้อาจจะเป็นเรื่องปกติกว่าที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์คิดไว้ เพราะในปัจจุบันนี้มีหลุมดำมวลมหาศาลขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งมีมวลประมาณ 10 พันล้านเท่าของดวงอาทิตย์ได้ถูกค้นพบในแกนของกาแลคซีที่มีขนาดใหญ่มากในบริเวณจักรวาลที่เต็มไปด้วยกาแลคซีขนาดใหญ่อื่น ๆ ขนาด 21 พันล้านดวง และอาศัยอยู่ในกระจุกกาแลคซี ที่ประกอบไปด้วยกาแลคซีมากกว่า 1,000 แห่ง

มองดูเหมือนหินสีดำก้อนใหญ่ยักษ์ที่กำลังลอยตัวอยู่ในห้วงอวกาศ แต่ความจริงแล้ววัตถุประหลาดก้อนนี้คือดาวเคาระห์น้อยที่ถูกตั้งชื่อว่า ‘Oumuamua’ มันเคลื่อนตัวผ่านระบบสุริยะหลังจากการค้นพบในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2517 โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการชี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของ NASA ไปพบมันเข้า จึงทำให้ชาวโลกได้เห็นภาพของดาวเคราะห์น้อย ‘Oumuamua’ เป็นครั้งแรก ขนาดของมันยาวมากเนื่องจากความแปรผันอย่างมากของความสว่างเมื่อมันพังทะลุช่องว่าง จึงทำให้มันมองดูเหมือนกับแท่งซิการ์สีดำที่ดูลึกลับน่าค้นหา และมีบางเสียงบอกว่ามันอาจจะเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่กำลังพยายามส่งสารลับบางอย่างมายังโลกของเรา

ภาพและข้อมูลจาก : Twitter : NASAInSight, nasa.gov

 

สั่งซื้อ Kazz Magazine เล่ม 148 ฉบับเดือน ตุลาคม

หรือดาวน์โหลด E-Book

Facebook Comments